วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

หน่วยที่ 9 การติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วง

  การติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วง หน่วยที่ 9

หน่วยที่ 9 การติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วง

สาระสำคัญ
          การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ จำเป็นจะต้องมีการเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ เช่น เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ กล้องดิจิตอล เป็นต้น การติดตั้งจำเป็นจะต้องมีความรู้ในการต่อพ่วงและสามารถไดรเวอร์ เพื่อทำให้อุปกรณ์ที่นำมาต่อพ่วงใช้งานได้
เรื่องที่จะศึกษา
  • พอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วง
  • การติดตั้งเครื่องพิมพ์
  • การติดตั้งสแกนเนอร์
จุดประสงค์การเรียนรู้
1.             อธิบายหน้าที่พอร์ตเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่อพ่วงได้
2.             ต่อสายสัญญาณต่างๆ ที่อยู่หลังเครื่องได้
3.             ติดตั้งเครื่องพิมพ์ได้
     4.             ติดตั้งสแกนเนอร์ได้
 1. การติดตั้งอุปกรณ์ต่อพ่วง

อุปกรณ์สำหรับคอมพิวเตอร์อย่างหนึ่งที่ช่วยให้คุณสัมผัสกับโลกภายนอกได้อย่างง่ายดาย โมเด็มเป็นเสมือนโทรศัพท์สำหรับคอมพิวเตอร์ที่จะช่วยให้ ระบบคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถสื่อสารกับคอมพิวเตอร์อื่นๆ ได้ทั่วโลก โมเด็มจะสามารถทำงานของคุณให้สำเร็จได้ก็ด้วยการเชื่อมต่อระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณ เข้าคู่สายของโทรศัพท์ธรรมดาคู่หนึ่งซึ่งโมเด็มจะทำการแปลงสัญญาณดิจิตอล (digital signals) จากเครื่องคอมพิวเตอร์ให้เป็นสัญญาณอนาล็อก (analog signals) เพื่อให้สามารถส่งไปบนคู่สายโทรศัพท์
     คำว่า โมเด็ม(Modems) มาจากคำว่า (modulate/demodulate) ผสมกัน หมายถึง กระบวนการแปลงข้อมูลข่าวสารดิจิตอล ให้อยู่ในรูปของอนาล็อก แล้วจึงแปลงสัญญาณกลับเป็นดิจิตอลอีกครั้งหนึ่งเมื่อโมเด็มของคุณต่อเข้ากับ โมเด็มตัวอื่นความแตกต่างของ โมเด็มแต่ละประเภท
     โมเด็มแต่ละประเภทจะมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันดังนี้
     1. ความเร็วในการรับ - ส่งสัญญาณ
     ความเร็วในการรับ - ส่งสัญญาณ หมายถึง อัตรา (rate) ที่โมเด็มสามารถทำการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับโมเด็มอื่นๆมีหน่วยเป็น บิต/วินาที (bps) หรือ กิโลบิต/วินาที (kbps) ในการบอกถึงความเร็วของโมเด็มเพื่อให้ง่ายในการพูดและจดจำ มักจะตัดเลขศูนย์ออกแล้วใช้ตัวอักษรแทน เช่น โมเด็ม 56,000 bps จะเรียกว่า โมเด็มขนาด 56 K
     2. ความสามารถในการบีบอัดข้อมูล
     ข้อมูลข่าวสารที่ส่งออกไปบนโมเด็มนั้นสามารถทำให้มีขนาดกะทัดรัดด้วยวิธีการบีบอัดข้อมูล (compression) ทำให้สามารถส่งข้อมูลได้ครั้งละเป็นจำนวนมากๆ เป็นการเพิ่มความเร็วของโมเด็มในการรับ - ส่งสัญญาณ
     3. ความสามารถในการใช้เป็นโทรสาร
     โมเด็มรุ่นใหม่ๆ สามารถส่งและรับโทรสาร (Fax capabilities) ได้ดีเช่นเดียวกับการรับ - ส่งข้อมูล หากคุณมีซอฟท์แวร์ที่เหมาะสมแล้ว คุณสามารถใช้แฟคซ์โมเด็มเป็นเครื่องพิมพ์(printer) ได้เมื่อคุณพิมพ์เข้าไปที่แฟคซ์โมเด็มมันจะส่งเอกสารของคุณไปยังเครื่องโทร สาร ที่ปลายทางได้
     4. ความสามารถในการควบคุมความผิดพลาด
     โมเด็มจะใช้วิธีการควบคุมความผิดพลาด (error control) ต่างๆ มากมายหลายวิธีในการตรวจสอบเพื่อการยืนยันว่า จะไม่มีข้อมูลใดๆสูญหายไประหว่างการส่งถ่ายข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่ง
     5. ออกแบบให้ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก
     โมเด็มที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วๆ ไปจะมี 2 รูปแบบ คือ โมเด็มแบบติดตั้งภายนอก (external modems) และ แบบติดตั้งภายใน (internal modems)
     6. ใช้เป็นโทรศัพท์ได้
     โมเด็มบางรุ่นมีการใส่วงจรโทรศัพท์ธรรมดาเข้าไปพร้อมกับความสามารถในการรับ - ส่งข้อมูลและโทรสารด้วย
     ใช้โมเด็มทำอะไรได้บ้าง
     เราสามารถใช้โมเด็มทำอะไรต่างๆ ได้หลายอย่าง เช่น
     1. พบปะพูดคุย
     2. ใช้บริการต่างๆ จากที่บ้าน
     3. ท่องไปบนอินเตอร์เน็ต
     4. เข้าถึงบริการออนไลน์ได้
     5. ดาวน์โหลดข้อมูล,รูปภาพและโปรแกรมแชร์แวร์ได้
     6. ส่ง - รับโทรสาร
     7. ตอบรับโทรศัพท์ 
     การเลือกซื้อโมเด็ม
     สิ่งที่ควรพิจารณาในการเลือกซื้อโมเด็มมาใช้งาน เช่น
     1. เข้ากันได้กับระบบคอมพิวเตอร์ของคุณ
     2. เข้ากันได้กับระบบทำงาน OS ของคอมพิวเตอร์ของคุณ
     3. ความเร็วในการรับ - ส่งสัญญาณ
     4. เป็นโมเด็มภายนอกหรือภายใน
     5. การบีบอัดข้อมูล
     6. ความสามารถในการควบคุมความผิดพลาด
     7. รับ - ส่งโทรสารได้
     8. ซอฟท์แวร์สื่อสาร
     สิ่งที่ต้องใช้ร่วมกับโมเด็ม  การที่สามารถใช้โมเด็มให้เกิดประโยชน์ จากแหล่งข้อมูลนั้นจะต้องตรวจสอบว่ามีสิ่งเหล่านี้พร้อมหรือไม่
     1. ซอฟท์แวร์สื่อสาร
     2. พอร์ทอนุกรม (serial port)
     3. fast UART เป็นซิฟตัวหนึ่งที่ติดตั้งบนพอร์ทอนุกรมของคอมพิวเตอร์ เพื่อควบคุมการไหลของข้อมูลเข้า และออกจากพอร์ทอนุกรม
     4. serial cable เป็นสาย cable ที่นำมาต่อโมเด็มกับพอร์ทอนุกรมของคอมพิวเตอร์ (ต้องตรวจสอบดูว่าเป็น connector แบบ 9 ขา หรือ 25 ขา)
     5. expansion slot ถ้าโมเด็มเป็นแบบติดตั้งภายในจะต้องมี expansion slot ใช้งานโดยจะต้องถอด ฝาครอบตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ออกและติดตั้งโมเด็มลงไปบน expansion slot 


2. การติดตั้ง Driver Printer

            การติดตั้ง Driver Printer นั้นมีอยู่ 2 วิธี คือ การติดตั้งแบบที่ให้มากับ Windows (ใน windows มองเห็นเอง)
   และแบบที่ Windows มองไม่เห็น แบบนี้จะต้องทำการติดตั้งผ่านแผ่น CD (ได้มาจากตอนซื้อเครื่อง Printer ทางร้านจะ
   ให้มา)

             มาดูแบบแรกกันครับ คือ แบบที่ Windows รู้จักหรือมองเห็น จะทำการติดตั้งโดยใช้ Driver จาก Windows

                  

             จากรูป การติดตั้ง Driver จาก Windows คือ เริ่มแรกให้เราคลิกเมาส์เลือกเมนู Start >> Settings >>
   Control Panel ในขั้นตอนนี้ถ้าเราไม่เข้าจาก Control Panel ด้านล่างลงมาหัวข้อที่ 3 ให้เราคลิกที่ Printer ก็ได้

                   

             เมื่อเราเข้ามาที่ Control Panel แล้วให้เราดับบลิกคลิกเมาส์ที่รูปไอคอน Printer

                  

              ขั้นตอนต่อไปให้เราทำการดับบลิกคลิกเมาส์ที่ Add Printer

                       

              คลิกปุ่ม Next

                       

              ขั้นตอนนี้จะมีคำถามว่าจะติดตั้งแบบ Local หรือ Network หัวข้อ Local printer คือ การติดตั้งแบบที่
   Printer ต่อพ่วงกับเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราโดยตรง ส่วนแบบ Network printer ก็คือ การติดตั้ง Printer ผ่านระบบ
   Network ภายในหน่วยงานเราหรือหน่วยงานอื่นที่มีการ Share Printer ไว้นั้นเอง ในที่นี้ให้เลือก Local printer แล้ว
   คลิกเมาส์เลือกปุ่ม Next

                       

              ขั้นตอนนี้ให้เลือกยี่ห้อ และรุ่นของ Printer ที่จะทำการติดตั้ง ในตัวอย่างเราเลือกยี่ห้อ HP รุ่น HP DeskJet
   870Cxi แล้วคลิกเมาส์เลือกปุ่ม Next

                       

              ขั้นตอนนี้เป็นการเลือก Port ของ Printer โดยเลิอกที่ LPT1: และทำการคลิกเมาส์ที่ปุ่ม Next

                       

              คลิกปุ่ม Next

                       

              ขั้นตอนนี้เครื่องจะถามเราว่าจะทำการ test printer เลยหรือเปล่า ถ้าไม่ต้องการ test ให้กดเลือก No ในที่นี้ให้
    เลือก Yes เพื่อทำการ test printer เลย แล้วทำการคลิกเมาส์ที่ปุ่ม Finish เพื่อเสร็จสิ้นการติดตั้ง

                                  

              เมื่อกดปุ่ม Finish แล้วเครื่องจะเรียกหาแผ่น Windows Me (ซึ่งอาจจะเป็น windows อื่นก็ได้แล้วแต่ระบบ
   ปฏิบัติการ windows ที่เราติดตั้งไป) เราก็ทำการใส่แผ่น Windows Me ไปที่ไดร์ฟ CD-ROM แล้วก็คลิกปุ่ม Browse
   ไปที่ไดร์ฟ CD-ROM แล้วเลือกโฟด์เดอร์ win9x ในแผ่น เช่น f:\win9x แต่ในตัวอย่างผมได้ก๊อปปี้โฟด์เดอร์ win9x จาก
   แผ่น Windows Me ไปวางไว้ที่ไดร์ฟ D:\ ก่อนแล้วเพื่อสะดวกในการติดตั้ง ท่านก็อาจจะก๊อปปี้ไปไว้แบบตัวอย่างก่อนก็ได้
   แล้วทำการคลิกปุ่ม OK

                     

              จากรูป เมื่อเราทำการติดตั้งเสร็จแล้วจะปรากฎ ไอคอน Printer ที่เราติดตั้งไว้เท่านี้ก็เรียบร้อยใช้งานได้เลย

                     

              แต่เดี๋ยวก่อนถ้าเรามี Printer ใช้อยู่ 2 ตัว เมื่อจะใช้พิมพ์งานที่ตัวไหนจะต้องทำการให้เป็นตัวนั้นก่อนโดยทำการ
   คลิกเมาส์ขวาที่ไอคอน Printer ตัวที่เราต้องการจะใช้แล้วเลือกไปที่ Set as Default Printer เครื่องหมายถูกก็จะไปอยู่ที่
   Printer ตัวที่เราจะใช้งาน


3.การติดตั้งสแกนเนอร์






มีสองวิธีที่จะติดตั้งสแกนเนอร์ใน Windows รุ่นนี้ วิธีการที่คุณเลือกขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการเชื่อมต่อสแกนเนอร์กับ คอมพิวเตอร์ของคุณโดยตรงหรือไม่ (เรียกว่าสแกนเนอร์ เฉพาะที่) หรือใช้สแกนเนอร์ที่ใช้ร่วมกันบนเครือข่าย

การติดตั้งสแกนเนอร์เฉพาะที่

สแกนเนอร์ส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในปัจจุบันจะเชื่อมต่อ กับคอมพิวเตอร์ของคุณด้วยสาย Universal Serial Bus (USB) แต่อย่าเพิ่งเสียบสายตอนนี้ สแกนเนอร์บางเครื่องจำเป็นต้องมีการติดตั้งซอฟต์แวร์โปรแกรมควบคุมก่อนที่จะ เชื่อมต่อสาย USB ดังนั้น ให้ทำตามคำแนะนำการติดตั้งที่มาพร้อมอุปกรณ์ของคุณเสมอ
ถ้าสแกนเนอร์แบบ USB ไม่ได้มาพร้อมกับคำแนะนำในการติดตั้งโดยเฉพาะ ให้ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ของคุณและ Windows ควรติดตั้งสแกนเนอร์นั้นโดยอัตโนมัติ ถ้าเป็นสแกนเนอร์รุ่นเก่า คุณอาจต้องติดตั้งด้วยตนเอง สำหรับคำแนะนำ ให้ดูที่ การทำงานกับตัวช่วยสร้างการติดตั้งสแกนเนอร์และกล้อง

การติดตั้งตัวสแกนเครือข่าย

โดยทั่วไปจะพบตัวสแกนเครือข่ายในที่ทำงาน ก่อนที่คุณจะเริ่ม การรู้รุ่นของสแกนเนอร์และชื่อผู้ผลิตจะเป็นประโยชน์กับการติดตั้ง
  1. เปิด 'เครือข่าย' ด้วยการคลิกปุ่ม เริ่มรูปภาพของปุ่ม 'เริ่ม' แล้วคลิก แผงควบคุม ในกล่องค้นหา ให้พิมพ์ เครือข่าย จากนั้นภายใต้ 'ศูนย์เครือข่ายและการใช้ร่วมกัน' ให้คลิก ดูคอมพิวเตอร์เครือข่ายและอุปกรณ์
  2. ค้นหาตำแหน่งที่ตั้งของตัวสแกน แล้วคลิกขวาที่ตัวสแกน จากนั้นคลิก ติดตั้ง
  3. ปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อเพิ่มตัวสแกนจนเสร็จสิ้น











































ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น